เคยเห็นผู้ชายใส่เชิ้ตกับกางเกงสแล็กธรรมดาๆ แต่ทั้งชุดดูดีขึ้นมาเฉยๆ ทั้งที่ไม่มีอะไรหวือหวา พอก้มดูเท้า ก็เป็นรองเท้าหนังไม่มีเชือกคู่หนึ่ง นั่นแหละครับ Loafer
เราเป็นร้านรองเท้าหนังเล็กๆ ในไทย ทำงานกันแบบช้าๆ ทีละคู่ และเชื่อว่ารองเท้าที่ดีควรหยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ดูดี ไม่ต้องรอให้เทรนด์มาหาแล้วค่อยใส่ รองเท้า Loafer ผู้ชาย ก็เป็นรองเท้าที่ตรงกับความเชื่อนี้ที่สุดคู่หนึ่ง บทความนี้เราจะเล่าให้ฟังว่า Loafer คืออะไร มีแบบไหนบ้าง หนังเรียบกับหนังกลับต่างกันยังไง แล้ว รองเท้า Loafer แต่งตัวยังไง ถึงจะดูดีโดยไม่ต้องพยายามมาก
รองเท้า Loafer คืออะไร?
Loafer คือรองเท้าหนังแบบสวม (Slip-on) ไม่มีเชือก ไม่มีหัวเข็มขัด สอดเท้าเข้าไปแล้วเดินได้เลย ปากรองเท้าเตี้ย ตัวรองเท้าครอบหน้าเท้าไว้แบบเรียบๆ
ชื่อมาจากคำว่า loaf ที่แปลว่าอยู่เฉยๆ ไม่เร่งรีบ ก็เข้ากับนิสัยของมันดี
ถ้าอยากรู้ว่าคู่ที่ถืออยู่ใช่ Loafer ไหม ดูสี่อย่างนี้ก็พอ
- ไม่มีเชือกหรือตัวล็อก ใส่แบบสวมเข้าไปเลย
- ปากรองเท้าเตี้ย อยู่ต่ำกว่าตาตุ่ม
- มีส่วนหนังพาดตรงหน้าเท้า (เรียกว่า Vamp) ซึ่งแต่ละแบบจะมีรายละเอียดต่างกัน
- ส้นเตี้ยถึงปานกลาง ไม่ได้สูงเหมือนรองเท้าส้นสูง
Loafer ต่างจากรองเท้าหนังผูกเชือกยังไง?
หลายคนคิดว่ารองเท้าหนังทุกคู่คือ “รองเท้าทางการ” เหมือนกันหมด จริงๆ ไม่ใช่
รองเท้าผูกเชือกอย่าง Oxford หรือ Derby ปรับความกระชับได้ด้วยเชือก ดูเป็นทางการสูง ส่วน Loafer ไม่มีอะไรให้ปรับ ความกระชับมาจากทรงรองเท้ากับไซซ์ล้วนๆ ข้อดีคือสวมง่าย ดูผ่อนคลายกว่า ข้อเสียคือไซซ์ผิดนิดเดียวก็รู้สึกทันที
พูดง่ายๆ รองเท้าผูกเชือกให้เราปรับเข้าหาเท้า ส่วน Loafer ต้องเลือกให้ตรงตั้งแต่แรก เรื่องนี้เราจะกลับมาพูดอีกทีตอนท้าย เพราะมันสำคัญกว่าที่คิด
ประวัติสั้นๆ ของรองเท้า Loafer
เรื่องที่มาของ Loafer มีหลายเวอร์ชัน คนในวงการก็เถียงกันไม่จบ เวอร์ชันที่ถูกเล่าบ่อยที่สุดคือเริ่มจากรองเท้าสวมของชาวนาในนอร์เวย์ แล้วถูกดัดแปลงเป็นรองเท้าหนังใส่สบายในอังกฤษ ก่อนจะดังในอเมริกาช่วงกลางศตวรรษที่ 20 จนนักเรียนมหาวิทยาลัยและคนทำงานใส่กันทั่วไป
ฝั่งอิตาลีเอาไปทำต่อในแบบของตัวเอง ใช้หนังเนื้อดี ทรงเพรียว เย็บละเอียด จนกลายเป็นภาพจำของ Loafer สไตล์อิตาเลียนที่หลายคนหลงรัก และเป็นสไตล์ที่ THREE Shoes ยึดเป็นแกนมาตลอด
เราไม่ลงรายละเอียดปีหรือชื่อคนเพิ่ม เพราะแหล่งข้อมูลเล่าไม่ตรงกัน ที่อยากให้จำคือ Loafer อยู่มานานมาก และยังไม่ตกยุคสักที
รองเท้า Loafer ผู้ชายมีกี่แบบ?
Loafer ไม่ได้มีแบบเดียว แต่ละแบบมีบุคลิกต่างกัน เลือกให้ถูกกับตัวเองจะใส่สนุกขึ้นเยอะ

Penny Loafer
แบบที่คนนึกถึงเป็นอันดับแรก มีสายหนังคาดตรงหน้าเท้า และมีช่องตรงกลางสาย เรื่องเล่าคือสมัยก่อนคนเอาเหรียญเพนนีใส่ไว้ในช่องนั้น
เป็นแบบที่ใส่ได้หลากหลายที่สุด ใส่ทำงาน ใส่เที่ยว ใส่กับยีนส์ก็ไม่ขัด ถ้าจะซื้อ Loafer คู่แรก เราว่าเริ่มที่แบบนี้ปลอดภัยสุด

Tassel Loafer
มีพู่เล็กๆ ห้อยตรงหน้าเท้า ทำให้รองเท้ามีอารมณ์ขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับโดดเด่นจนล้น เหมาะกับคนที่อยากให้รองเท้ามีเอกลักษณ์หน่อยๆ ใส่กับชุดทำงานที่ไม่เคร่งมากได้สบาย
Horsebit Loafer
[แทรกรูปที่ 5]
จุดเด่นคือโลหะรูปห่วงสองห่วงเชื่อมกัน คาดอยู่เหนือหน้าเท้า มีที่มาจากอุปกรณ์ขี่ม้า ให้ความรู้สึกหรูกว่า Loafer ทั่วไป เหมาะกับคนที่ชอบรายละเอียดแต่ไม่อยากได้อะไรฉูดฉาด
Belgian Loafer
ทรงเรียบ เพรียว บาง และนุ่ม พื้นบางจนใส่แล้วรู้สึกเบาเหมือนรองเท้าแตะหนัง เหมาะกับวันสบายๆ แต่ถ้าต้องยืนหรือเดินนานมาก พื้นบางอาจไม่ตอบโจทย์
Kiltie Loafer
มีหนังชั้นนอกตัดเป็นชายครุยพับทับหน้าเท้า ให้ลุคแบบวินเทจ ใส่ถูกโอกาสจะดูมีสไตล์มาก แต่เลือกยากกว่าคู่อื่น เพราะรายละเอียดเยอะ ต้องดูว่าเข้ากับเสื้อผ้าที่มีไหม
Venetian Loafer (Loafer เรียบ)
ไม่มีสาย ไม่มีพู่ ไม่มีโลหะ เหลือแค่ทรงกับเนื้อหนัง
ถ้าถามความเห็นเรา นี่คือ Loafer ที่ตรงกับคำว่า Timeless ที่สุด ไม่มีรายละเอียดอะไรให้ล้าสมัย ใส่กับอะไรก็ลงตัว และถ้าหนังดีจริง มันพูดแทนตัวเองได้
Driving Moccasin
พื้นนุ่มบาง มีปุ่มยางเล็กๆ ที่พื้นและขึ้นมาถึงส้น ออกแบบมาให้ขับรถแล้วรู้สึกถึงแป้นเหยียบ ใส่สบายมาก แต่ไม่เหมาะกับเดินไกลหรือพื้นเปียก
รองเท้าหนัง Loafer ผู้ชาย: หนังเรียบ vs หนังกลับ
ถ้าเลือกแบบได้แล้ว คำถามต่อมาคือ “หนังอะไรดี” ซึ่งไม่มีคำตอบถูกผิด แต่ต้องรู้ว่าสองแบบนี้นิสัยต่างกันมาก

หนังเรียบ
หนังเรียบคือหนังผิวเรียบที่เราคุ้นตา ตั้งแต่เงาน้อยไปจนเงามาก ดูเป็นทางการกว่า ดูแลง่ายกว่า เช็ดฝุ่นได้ ทาครีมได้ ใส่กับชุดทำงาน สูท หรือลำลองได้หมด ถ้าอยากได้ รองเท้าหนัง Loafer ผู้ชาย คู่เดียวที่ใส่ได้ทุกโอกาส เราแนะนำหนังเรียบสีน้ำตาลเข้มหรือดำ

หนังกลับ (Suede)
รองเท้า Loafer หนังกลับ ผิวหนังเป็นขนนุ่มละเอียด ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และดูมีมิติกว่าหนังเรียบ สีน้ำตาลอ่อน กรมท่า หรือเขียวเข้ม ใส่แล้วลุคลำลองสมาร์ทมาก
แต่ต้องยอมรับตรงๆ ว่าหนังกลับเป็นหนังที่ต้องใส่ใจมากกว่า กลัวน้ำและกลัวคราบมัน ซึ่งบ้านเรามีฝนมีความชื้นเยอะ ถ้าไม่ชอบดูแลละเอียด ให้ลองหนังเรียบก่อน แต่ถ้าชอบลุคที่นุ่มๆ และยอมแปรงขนเป็นครั้งคราว หนังกลับคุ้มค่ามาก
เรียบง่ายๆ คือ หนังเรียบ ดูเนี้ยบและใส่ได้กว้าง ส่วน หนังกลับ ดูนุ่มและมีเสน่ห์ แต่ต้องดูแลมากกว่า
รองเท้า Loafer แต่งตัวยังไง? สำหรับผู้ชาย
ถ้าคุณกำลังค้นหา รองเท้า loafer ผู้ชายแต่งตัว ลองดูตามโอกาสนี้ เราเรียงจากใกล้ตัวไปไกลตัว

ใส่ทำงานในออฟฟิศ
ใส่กับกางเกงสแล็กและเชิ้ต เป็นสูตรที่ไม่มีวันพลาด เลือก Penny Loafer หรือ Loafer เรียบหนังเรียบสีเข้ม จะดูเรียบร้อยกำลังดี ไม่แข็งเกินไป กางเกงสีเทา กรมท่า หรือเบจ เข้ากับรองเท้าสีน้ำตาลเข้มได้หมด
ใส่กับสูท
ได้ ถ้าเลือกหนังเรียบหรือหนังเงา สีเข้ม ทรงเพรียว แต่ถ้างานสำคัญมาก หรือดเดรสโค้ดเคร่ง รองเท้าผูกเชือกยังปลอดภัยกว่า ส่วนแบบลำลองมากอย่าง Driving Moccasin หรือ Belgian Loafer ไม่เหมาะกับสูทเต็มยศ

ใส่ลำลองสไตล์สมาร์ท
กับกางเกงชิโน่ ยีนส์ทรงตรง หรือกางเกงขาสั้นทรงสุภาพ ลุคนี้ Loafer หนังกลับทำได้ดีมาก เสื้อโปโลหรือเชิ้ตแขนสั้นก็ลงตัว รองเท้าช่วยให้ทั้งชุดดูเป็นระเบียบ โดยที่ไม่ต้องพยายาม
กฎเล็กๆ ที่ทำให้ดูดีขึ้นทันที
เรื่องรายละเอียดที่คนมักมองข้าม
- ความยาวกางเกง: ให้พอเห็นข้อเท้านิดๆ หรือชายกางเกงแตะรองเท้าพอดี อย่ายาวจนกองทับรองเท้า
- สีเข็มขัดกับรองเท้า: ถ้าใส่เข็มขัดหนัง สีควรไปทางเดียวกับรองเท้า
- ถุงเท้า: ถ้าไม่อยากให้เห็น ใช้ถุงเท้าสั้นแบบซ่อนในรองเท้า ถ้าอยากให้เห็น เลือกสีที่เข้ากับกางเกง ไม่ใช่เข้ากับรองเท้า
- อย่าลืมรองเท้า: คราบหรือส้นสึกที่ไม่ได้ดูแลทำให้ชุดดีๆ เสียได้ง่ายมาก
ความจริงคือเราไม่มีสูตรตายตัวสำหรับ รองเท้า Loafer แต่งตัวยังไง หรอก ลองเอาคู่ที่มีไปวางกับเสื้อผ้าที่มีอยู่ ดูว่าแต่ละชุดให้ความรู้สึกแบบไหน นั่นคือวิธีที่ดีที่สุด
เลือก Loafer ให้พอดีเท้า ยังไงไม่ให้เจ็บ

อย่างที่บอก Loafer ไม่มีเชือกมาช่วยปรับ ไซซ์หรือทรงไม่ใช่ ก็จะรู้ทันที สิ่งที่ควรเช็กตอนลองมีดังนี้
- ส้นเท้า: ต้องกระชับพอสมควร ถ้าเดินแล้วส้นหลุดขึ้นลงมาก แปลว่าใหญ่เกิน ซึ่งเป็นปัญหาที่เจอบ่อยสุดกับ Loafer
- หน้าเท้า: นิ้วควรขยับได้นิดหน่อยและไม่ถูกบีบ โดยเฉพาะคนเท้าบานหรือหน้าเท้ากว้าง ซึ่งเท้าคนไทยจำนวนมากเป็นแบบนี้
- หลังเท้า (Instep): ถ้าหลังเท้าสูงแล้วรองเท้าปิดต่ำเกินไป จะอึดอัดและเจ็บตรงหลังเท้า
- ลองเดินจริง: อย่ายืนลองเฉยๆ ลองเดินสักสองสามนาที เพราะอาการบางอย่างต้องเดินถึงจะรู้
- ลองตอนบ่าย: เท้ามักบวมขึ้นเล็กน้อยช่วงปลายวัน ถ้าลองตอนนั้นจะได้ไซซ์ที่ใส่ได้ทั้งวัน
หลายคนเลือกรองเท้าตอนเช้าตอนที่เท้ายังไม่บวม แล้วมาเจ็บตอนเย็น ทั้งที่ตอนลองรู้สึกสบายดี
ทำไมเราทำ Loafer ในแบบของ THREE Shoes

ตรงนี้ขอเล่าเรื่องของเราหน่อย THREE Shoes ไม่ได้มีโรงงานใหญ่ ไม่ได้มีเครื่องจักรเต็มพื้นที่ และไม่ได้มีพนักงานหลายสิบคน ปริมาณงานแต่ละวันของเราจึงมีจำกัด และเราเลือกให้เป็นแบบนั้น เพราะอยากเอาเวลาไปใส่กับคุณภาพมากกว่าจำนวน
เราไม่ได้อยากอยู่ในการแข่งขันของแฟชั่นที่เปลี่ยนทุกฤดู เราอยากเป็นร้านรองเท้าหนัง Timeless Handmade ที่รักษาความดั้งเดิมแบบอิตาเลียน ทุกคู่คลาสสิก ไม่หวือหวา ไม่ตามกระแส และเป็นรองเท้าที่หยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ดูดี แต่เราก็ไม่อยากให้ใครมองว่า “ตกยุค” เพราะ Timeless กับตกยุคไม่เหมือนกัน
สิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือปัญหาของคนไทยที่ใส่รองเท้าหนังแล้วเจ็บ บางคนเท้าถลอก บางคนเดินแล้วไม่มั่นใจ ทั้งที่รองเท้าหน้าตาสวย รองเท้าหนังต่างประเทศหลายแบรนด์ออกแบบจากทรงเท้าฝรั่ง ซึ่งไม่ได้พอดีกับเท้าเราเสมอไป เราเลยเอาเรื่องทรงและความสบายมาเป็นโจทย์ตั้งแต่ต้น เพราะเชื่อว่ารองเท้าที่ดีต้องใส่แล้วเดินได้อย่างมั่นใจ
ไม่ว่าคุณจะคลั่งไคล้รองเท้าหนังสไตล์อิตาเลียนอยู่แล้ว หรือไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็ตาม เราอยากให้ใส่แล้วไม่รู้สึกเสียดายทีหลัง
วิธีดูแลรองเท้า Loafer ให้ใช้ได้นาน
Loafer ไม่ต้องดูแลซับซ้อน แต่ถ้าทำเป็นนิสัย อายุการใช้งานต่างกันมาก
- สลับคู่ใส่: อย่าใส่คู่เดิมทุกวัน ให้หนังได้พักและระบายความชื้นอย่างน้อยหนึ่งวัน
- ใช้ Shoe Tree: ช่วยรักษารูปทรงและดูดความชื้น
- ทำความสะอาดหลังใช้: หนังเรียบเช็ดด้วยผ้านุ่ม หนังกลับใช้แปรงขนนุ่มปัดฝุ่น
- บำรุงหนังเป็นระยะ: ทาครีมสำหรับหนังเรียบ หรือใช้สเปรย์กันน้ำสำหรับหนังกลับ
- เก็บในที่อากาศถ่ายเท: ความชื้นแบบบ้านเราทำให้ทั้งหนังและพื้นเสื่อมเร็วกว่าที่คิด
ถ้าวันหนึ่งพื้นเริ่มสึกหรือลอก อย่าเพิ่งทิ้ง รองเท้าหนังคุณภาพดีซ่อมได้ในหลายกรณี “รองเท้าแบรนด์เนมพื้นแตก พื้นลอก ซ่อมได้ไหม?”
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับรองเท้า Loafer
1. รองเท้า Loafer ผู้ชายใส่ไปทำงานได้ไหม?
ได้ โดยเฉพาะ Penny Loafer หรือ Loafer เรียบหนังเรียบสีเข้ม ใส่กับกางเกงสแล็กและเชิ้ตแล้วดูเรียบร้อย ออฟฟิศส่วนใหญ่ยอมรับได้สบาย แต่ถ้าองค์กรมีดเดรสโค้ดเคร่งมากหรือเป็นงานทางการสูง รองเท้าผูกเชือกยังปลอดภัยกว่า
2. รองเท้า Loafer แต่งตัวยังไงให้ดูดีไม่เชย?
เริ่มจากเลือกแบบที่เรียบก่อน เช่น Penny Loafer หรือ Loafer เรียบ แล้วดูเรื่องความยาวกางเกงให้พอเห็นข้อเท้าหรือแตะรองเท้าพอดี สีเข็มขัดไปทางเดียวกับรองเท้า และที่สำคัญคือดูแลรองเท้าให้สะอาด เพราะรองเท้าที่ดูแลดี ทำให้ชุดธรรมดาดูดีได้เลย
3. รองเท้า Loafer หนังกลับ กับหนังเรียบ เลือกอะไรดี?
ถ้าอยากได้คู่เดียวใส่ได้ทุกโอกาส ดูแลง่าย เลือกหนังเรียบ ถ้าชอบลุคนุ่มๆ ลำลองสมาร์ท และยอมดูแลละเอียดขึ้นหน่อย หนังกลับเป็นตัวเลือกที่สวยมาก แต่ต้องระวังน้ำและความชื้น ซึ่งบ้านเรามีเยอะ
4. Loafer ผู้ชายใส่กับสูทได้ไหม?
ได้ ถ้าเลือกหนังเรียบหรือหนังเงา สีเข้ม ทรงเพรียว ส่วนแบบลำลองมากอย่าง Driving Moccasin หรือ Belgian Loafer ไม่ค่อยเหมาะกับสูทเต็มยศ ถ้าเป็นงานทางการสูงสุด รองเท้าผูกเชือกยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า
5. ใส่ Loafer ครั้งแรกแล้วหลวมหรือคับ ควรทำยังไง?
ถ้าคับเล็กน้อย หนังแท้จะขยายเข้ากับเท้าได้บ้างหลังใส่ไปสักพัก แต่ถ้าเจ็บหรือบีบมากตั้งแต่แรก อย่าฝืน เพราะอาจเป็นปัญหาที่ทรงรองเท้า ส่วนถ้าหลวมที่ส้นเท้า แปลว่าไซซ์ใหญ่ไป แผ่นรองส้นช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าหลวมมาก ควรเปลี่ยนไซซ์
เริ่มจากคู่ที่ใส่แล้วไม่ต้องเสียดายทีหลัง
Loafer ดูง่าย ใส่ง่าย แต่เลือกให้ดีไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะไม่มีเชือกมาช่วยแก้ปัญหา ทรง ไซซ์ และหนังที่เหมาะกับเท้าและไลฟ์สไตล์เราจึงสำคัญมาก แต่ถ้าได้คู่ที่ใช่ มันจะเป็นรองเท้าที่หยิบมาใส่ได้เกือบทุกโอกาส และอยู่กับเราได้หลายปี
ถ้าอยากรู้จักรองเท้าหนังสไตล์อิตาเลียนที่เน้นความสบายและความคลาสสิก ลองเข้าไปดูผลงานของ THREE Shoes ได้เลย [ใส่ลิงก์ไปหน้าสินค้า / คอลเลกชัน]





